สารจากประธานกรรมการ

ปี พ.ศ. 2558 นี้ เป็นการก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ของเอไอเอส เราเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ ที่แม้ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง หรือความท้าทายต่างๆ มากมาย แต่ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงรากที่หยั่งลึกและแข็งแกร่งมั่นคง พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาได้อย่างดีเยี่ยม และพร้อมที่จะยืนหยัดเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนในอนาคต

ด้วยปณิธานแห่งความตั้งมั่นเพื่อจะเป็นผู้นำที่ให้บริการระบบโทรศัพท์ที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนชาวไทย เอไอเอสได้มุ่งมั่นในความเป็นเลิศในการให้บริการและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ตอบรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ ทำให้ผลการดำเนินงานและผลตอบแทนสำหรับผู้ถือหุ้นเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนพื้นฐานของเอไอเอสได้เป็นอย่างดี ด้วยกำไรสุทธิในปี 2558 เติบโต 8.7% เป็น 39,152 ล้านบาท และคงนโยบายจ่ายเงินปันผลที่ร้อยละ 100 ของกำไรสุทธิ

ความเปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบัน เป็นสิ่งผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้า และพัฒนาความสามารถให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสามารถรักษาสถานะความเป็นผู้นำได้อย่างยั่งยืน เอไอเอสจึงกล้าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ธุรกิจมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลไลฟ์ โดยมีปัจจัยแห่งความสำเร็จจากพื้นฐานความแข็งแกร่งของโครงข่ายโทรศัพท์ที่ครอบคลุมเชื่อมต่อพร้อมให้บริการทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ด้วยเทคโนโลยี 3G และ 4G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ได้รับใบอนุญาตจากการประมูลที่จัดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 ทั้งยังเสริมด้วยไฟเบอร์ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 120,000 กิโลเมตร รวมถึง AIS Super WiFi ที่ความเร็ว 650mbps ผนวกเข้ากับการบริการลูกค้าอย่างใส่ใจและจริงใจดีเยี่ยม ด้วยรางวัล “ศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคดีเด่น” จากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค และสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ซึ่งมอบให้กับเอไอเอส คอลเซ็นเตอร์ที่ให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมทางการเงินสำหรับการลงทุนในโอกาสทางธุรกิจที่มาถึงแล้ว เอไอเอสยังมีการสนับสนุนที่ดีเพื่อช่วยส่งเสริมศักยภาพ ทั้งจากพันธมิตรที่ดีอย่าง SingTel ที่ช่วยเสริมด้านความรู้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงคู่ค้ารายอื่นๆ เช่น เทเลวิซ ที่เป็นช่องทางให้เอไอเอสได้เข้าถึงลูกค้าและสามารถให้บริการได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งซัพพลายเออร์ต่างๆ ที่ช่วยให้การวางโครงข่ายสามารถดำเนินการเสร็จลุล่วงไปด้วยดีภายในเวลาอันรวดเร็ว จนทำให้เราสามารถเปิดตัวให้บริการ 3G และ 4G ได้ในเวลาอันสั้น และยังมีบุคลากรซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับเรา เป็นกำลังสำคัญขององค์กร โดยเอไอเอสได้มุ่งมั่นสร้างแผนการพัฒนาฝึกอบรมพนักงานและมีแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) เพื่อเตรียมความพร้อม ทำให้องค์กรสามารถก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสร้างสรรค์ความเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมองค์กร ด้วยการกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ได้เสนอแนวความคิดใหม่ๆ ที่พร้อมไปด้วยการสนับสนุนและแนะแนวทางจากเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ เพื่อนำพาไปสู่ความสำเร็จด้วยกัน

ทั้งนี้ การพัฒนาในแง่ผลการดำเนินงานหรือกำไรเพียงอย่างเดียวคงไม่พอเพียงสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน เอไอเอสได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องความสมดุลระหว่างการเติบโตของบริษัท กับการผนวกรวมการพัฒนาในด้านสังคม ลูกค้า คู่ค้าพนักงาน และสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้มีส่วนได้เสีย สำหรับปี 2558 นี้ ผมมีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายเดียวในประเทศที่ได้รับคัดเลือกให้รวมอยู่ในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) โดยความสำเร็จในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในบริษัท เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ เรายังมีความยินดีที่ได้ต้อนรับคณะกรรมการใหม่สองท่าน ได้แก่ คุณกานต์ ตระกูลฮุน และคุณสตีเฟ่น เจฟฟรีย์ มิลเลอร์ ซึ่งวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และความรู้ความชำนาญของท่านจะช่วยสร้างเสริมประโยชน์แก่องค์กร

ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนที่ได้ให้การสนับสนุนเอไอเอสเสมอมา รวมทั้งความเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกค้าและสาธารณชนจนทำให้เอไอเอสได้รับรางวัล Thailand’s Top Corporate Brand จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยมีมูลค่าแบรนด์สูงถึง 574,029 ล้านบาท ผมเชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น การบริหารงานด้วยหลักบรรษัทภิบาล รวมไปถึงการสร้างสรรค์สินค้า และบริการที่ดีสำหรับลูกค้า จะทำให้เอไอเอสยังคงมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน

คุณวิทิต ลีนุตพงษ์
ประธานกรรมการ